การทำความสะอาดพระเครื่องโดยมีความศักดิ์สิทธิ์ตลอดไป
วิธีล้างรักออกจากองค์พระเครื่องนั้น เป็นขบวนการที่ต้องใช้ความประณีตมาก ขั้นแรกให้ไปซื้อนำยาลอกสีจากร้านวัสดุงานก่อสร้างมาหนึ่งเครื่องกระป๋อง เอาเครื่องกระป๋องเล็กก็พอไม่กี่บาทหรอก จากนั้นก็หาพู่กันขนแข็งจากร้านวัสดุงานก่อสร้างนั่นแหละมาหนึ่งอัน แต่ไม่ต้องตัดปลายอีก หาไม้ไผ่หรือไม้เสียบลูกชิ้นก็ได้มาหนึ่งอัน จากนั้นก็หาภาชนะใส่น้ำไว้ 2 อัน อันแรกให้ใส่น้ำผสมสบู่เหลว อันที่สองให้ใส่น้ำสะอาดเตรียมไว้ จากนั้นก็นำน้ำยาลอกสีมาใส่ภาชนะที่เป็นกระเบื้องหรือแก้วก็ได้ ตักออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็เอาไม้ไผ่แตะน้ำยานำมาแต้มที่บริเวณรักที่ความต้องการจะลอก ให้ทำทีละจุดเล็กๆ ก่อน ทิ้งไว้สักครู่ก็จะเห็นว่ารักจะเริ่มพองและเริ่มล่อนออกมา ก็ให้ใช้พู่กันปัดเอารักออก ทำไปเรื่อยๆ จนหมด จากนั้นก็นำพระไปล้างที่น้ำผสมสบู่เหลว ปัดด้วยพู่กันขนอ่อน ล้างให้สะอาดแล้วล้างซ้ำด้วยน้ำสะอาดอีกที แล้วจึงนำไปผึ่ง เป็นอันเสร็จพิธีครับ อย่าลืมว่า การทำทั้งสองอย่างที่บอกมานี้ต้องค่อยๆ ทำทีละน้อยทีละจุด อย่างประณีต ไม่เช่นนั้นจะทำให้องค์พระเครื่องเสียหายได้ครับ อ้อน้ำยาลอกสีนี้ เวลาใช้ต้องระวังให้มากครับ อย่าให้กระเซ็นโดนผิวหรือตาเป็นอันขาด เพราะมีส่วนผสมของโซดาไฟครับ ถ้าโดนผิวจะแสบจี๊ดเลยครับ ถ้ากระเซ็นโดนก็ให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาดมากๆ และถ้าโดนตาละก็ไม่ต้องพูดแหละครับรีบล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วรีบหาหมอลูกเดียว ก็คงจะเป็นศิลาแลงครับ มันคือดินเหนียวที่มีกระเซ็น เรียกว่า ดินแลง เป็นดินนิ่มๆนี่แหละครับ แต่พอเราขุดดินนี้มาตัดเป็นแท่งจัตุรัส แล้วเอามาตากให้แห้ง พอมันแข็งก็จะแปรสภาพเป็นหินเช่นกัน เรียกว่า ศิลาแลงครับ แต่ผมว่าที่ใกล้เคียงกว่านั้นก็คือ ขบวนการทางเซรามิคครับ คือนำดินคนละเอียด (พระเนื้อดินอะครับ) ไปเผาที่ยูเอชทีสูงมาก ก็จะทำให้เนื้อมันแกร่งกว่าแก้วได้ครับ แต่ถ้าใครจะใช้วิธีที่ผมว่ามาทั่วถึงกันนี้ปลอม(หรือสร้างพระขึ้นมาใหม่) คงไมสำเร็จครับ เพราะพระรอดนั้น ความแกร่งที่เกิดขึ้นผมว่าน่าจะเกิดจากช่วงเวลาด้วยครับ ดูได้จากบาทั่วถึงกันรอยราน(เหมือนตึกร้าวน่ะครับ) แสดงให้เห็นว่าเมื่อผ่านระยะเวลาหนึ่งๆไป พระเครื่องได้มีความแข็งเพิ่มขึ้นทั่วถึงกันครับ หลังพระรอดนี้ก็จะมีลายนิ้วมือของผู้กดพิมพ์ติดอยู่ และจะพบผลึกแร่ หรือพลอยที่ไมได้เจียระไนฝังอยู่เม็ดเล็กๆ ส่วนใหญ่ก็จะฝังที่พระอุระครับ ตอนนี้มีปลอมเพียบ เนียนด้วยต้องระวังนะครับ ส่วนผมถ้าเห็นก็พอจะบอกได้บ้างครับ เพราะเห็นจนชินตา เจอของปลอมมันผิดพิมพ์ไปนิดเดียวแม้ว่าจะหาที่ผิดไม่ได้แต่ก็รู้สึกได้ครับ เราจะเห็นว่ามันจะมีหลายสีครับ เห็นเขาว่ากันว่าเป็นเพราะว่าเวลาเผานั้นแต่ละองค์ได้รับยูเอชทีที่ไม่เท่ากันนะครับ ตอบได้เท่านี้ครับ ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องพระเท่าไหร่ อย่าเพิ่งเชื่อไปหมดนะครับคุณจ๋า